2007/Feb/17

การควบคุมการประชุมเมื่อเป็นพิธีกร

การประชุมในสมาคมสโมสรการกุศลในปัจจุบัน สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญก็คือการทำให้การประชุมนั้นมีประโยชน์มีความหมายต่อสมาชิก หรือผู้เข้าร่วมประชุม และสิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือจะต้องให้ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นความสำคัญของการประชุม เห็นคุณภาพของการประชุม เห็นการจัดรูปแบบของการประชุม เป็นที่ประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อจะได้มาประชุมในครั้งต่อไปด้วยความกระตือรือล้ม และเต็มใจที่จะมาร่วมประชุม องค์กรการกุศลสากลในต่างประเทศจึงได้ขอความร่วมมือมายังทุกประเทศที่มีสมาคมสโมสรการกุศลนั้นๆสังกัดอยู่ ให้จัดให้มีฝ่ายพิธีการ ที่สามารถพัฒนาพิธีกรที่มีคุณภาพ อันเป็นจุดหมายหรือเป้าหมายในการสร้าง และ พัฒนาผู้นำชุมชน เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญๆที่มิอาจจะมองข้ามไปได้ นั่นก็คือ พิธีกรควบคุมการประชุม

พิธีกรที่ได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรควบคุมการประชุม ก็คือพิธีกรที่มีทั้งหน้าที่ในตำแหน่งพิธีการและพิธีกรควบหน้าที่กันอยู่ ปัญหาและอุปสรรค ของงานในหน้าที่พิธีกรควบคุมการประชุมก็คือ การจัดเรียงวาระการประชุมให้มีประสิทธิภาพร่วมกับประธานหรือเลขาธิการสมาคมสโมสรนั้น ให้ความสำคัญต่อผู้เข้าร่วมประชุมด้วยการให้เกียรติแนะนำเป็นรายตัว เมื่อรูปแบบวาระการประชุมถูกกำหนดไว้แล้วและได้ดำเนินการตามตารางเวลาที่กำหนดแล้ว หากจะมีคนมาสั่งการนอกเหนือจากสคริ้ปกำหนดนั้น พิธีกรจะต้องนำเอามากลั่นกรองก่อนที่จะให้มีการแทรกรายการโดยเด็ดขาด เนื่องจากในการประชุมสำคัญๆมักจะมีการบรรจุวาระอื่นๆไว้ในช่วงท้ายของรายการกระประชุมอยู่แล้ว

ข้อเสนอแนะ พิธีกรที่ควบคุมการประชุมที่ดีก็คือ พูดในเรื่องราวการประชุม ลดการพูดนอกเรื่อง ไม่พูดวกวน ไม่พูดสับสน ไม่พูดวาจาไม่เหมาะสม ต้องสำนึกอยู่เสมอว่าผู้เข้าร่วมประชุมนั้นเสียสละเวลามาร่วมการประชุมต้องการแต่การประชุมที่มีสาระ และที่สำคัญก็คือ ที่ประชุมจะต้องให้เกียรติผู้เข้าร่วมประชุมเสมอ จึงจะทำให้การประชุมนั้นสมบูรณ์แบบ เป็นที่ชื่นชอบชื่นชม อีกทั้งเป็นการเพิ่มคุณค่า มักจะได้รับการพิจารณาจากสมาชิกหรือผู้เข้าร่วมประชุมต้องการเข้าร่วมประชุมในครั้งต่อๆไป

2007/Feb/17

การใช้น้ำเสียงที่สดใส

พิธีกรที่มีน้ำเสียงดีจะเป็นประโยชน์ต่องานในอาชีพพิธีกร คนเสียงดีก็จะได้เปรียบเล็กน้อย แต่การที่คนเสียงแหบก็สามารถเป็นพิธีกรได้ ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ใครอยากเป็นพิธีกรก็ต้องทดลองเป็นพิธีกรสัก 2-3 งานก็รู้อนาคตตนเองดีว่า อาชีพพิธีกรของตนเองนั้นจะรุ่งหรือไม่ อันน้ำเสียงของคนเรานั้นคนที่มีเสียงดีเช่นนักร้องก็ใช่ว่านักร้องทุกคนจะมีเสียงที่ดีกว่านักร้องท่านอื่นๆเสมอไป ทดลองฟังเปรียบเทียบได้ ก็จะพบว่านักร้องที่ดังนั้นอาจจะไม่ใช่นักร้องที่มีเสียงดีที่สุด แต่จะขึ้นอยู่กับอีกหลายสิ่งมาประกอบกันให้นักร้องนั้นดังเป็นพลุแตก ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเนื้อเพลงดี มีความหมายตรงใจผู้ฟัง ดนตรีดีจังหวะดนตรีถูกใจผู้ฟัง แค่นี้เองโรงงานก็ปั้มแผ่นเพลงมาขายแทบไม่ทัน พิธีกรก็เช่นกัน พิธีกรที่มีเสียงดี ก็มิใช่พิธีกรที่โด่งดังเสมอไป คนรูปหล่อเสียงแหบห้าวมาเป็นพิธีกรที่มีผู้ชมผู้ฟังติดตามชมรายการกับล้นหลามก็มีให้เห็นถมไป นักแสดงโชว์ตลกหันมายึดอาชีพพิธีกรก็ออกมาก และ ต้องอาศัยพรแสวงด้วยการฝึกฝน ฝึกฝน หมั่นฝึกฝนบทพูด บทที่จะทำให้หน้าที่พิธีกรนั้นมีผลงานออกมายอดเยี่ยมก็คือการฝึกให้ตนเองแม่นในคำพูด เนื้อหา ชัดถ้อยชัดคำ บวกกับโอกาสที่ได้มาทำหน้าที่พิธีกรก็จะทำให้ท่านมีอนาคตที่สดใส

ข้อเสนอแนะ พิธีกร จำต้องสำรวจตัวเองก่อนขึ้นทำหน้าที่ ควรจะจิบน้ำอุ่น ถ้าไม่มีน้ำขวดที่ไม่แช่เย็นจะช่วยให้ลำคอไม่ระคายเมื่อจะต้องพูดมากๆ หากได้น้ำมะนาวสักแก้วก็จะยิ่งดี พึงคำนึงเสมอว่าเสียงของเราจะสะกดผู้ฟังได้ก็ต่อเมื่อเราพูดชัดถ้อยชัดคำ อยู่ในเรื่องที่ผู้ฟังกำลังสนใจ ดังนั้น น้ำเสียงที่เปล่งออกไปจะต้องเป็นเสียงที่เปี่ยมด้วยพลังของความเป็น พิธีกร ก็จะทำให้งานในหน้าที่ พิธีกร สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้

2007/Feb/17

การปรากฏกายที่งามสง่า

พิธีกร ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรหญิง หรือ พิธีกรชายจะเป็นเป้าสายตา และเป็นจุดสนใจของผู้คนที่มาร่วมงาน ดังนั้นก้าวแรกที่ขึ้นสู่แท่นพูด หรือ เวทีของงานใดก็ตาม พิธีกรจะต้องดูและบุคลลิคของตนเองให้มีความเรียบร้อยเหมาะสมกับบรรยากาศของงานนั้นๆ ทรงผมต้องเรียบร้อยสมกับสมัยนิยม เครื่องแต่งกายเหมาะสม กิริยามารยาทอ่อนน้อม การทำความเคารพผู้ชม หรือ ทำการทักทายกับผู้เข้าร่วมงาน ส่วนมากก็นิยมพนมมือไหว้ เป็นเสมือนหนึ่งการทักทายด้วยมารยาทอ่อนช้อยและงดงามสมกับประเพณีของไทยเรา

การพนมมือท่าไหว้ของไทยเรานั้น มือทั้งสองประกบกันเป็นลักษณะเหมือนรูปดอกบัว นิ้วทุกนิ้วอยู่ชิดกัน เดี๋ยวนี้มีคนไหว้ผิดๆกันมาก ระบาดกันไปทุกวงการก็คือการพนมมือก็จริง ไหว้ในระดับสูงต่ำที่อยู่ในขนาดเหมาะสมก็จริง แต่กางนิ้วหัวแม่มือห่างออกจากนิ้วชี้ พบเห็นโดยทั่วไปทั้งในเวทีการประชุมสัมมนา หรือ แม้กระทั่งในจอโทรทัศน์ เป็นสิ่งแรกที่จะขอแนะนำให้พิธีกรที่จะงามสง่าจะต้องพนมมือให้ถูกต้อง

ร้ายไปกว่านั้นเวลาไหว้ใคร หรือ รับไหว้ใคร บางคนก็กางนิ้วออกทั้ง 5 นิ้ว ทำประหนึ่งว่าเป็นคนอ้วนทำให้โคนนิ้วมีเนื้อมากไปค้ำให้แต่ละนิ้วไม่สามารถหุบเป็นรูปดอกบัวได้ ก็ควรจะอนุโลมให้เฉพาะคนที่มีปัญหาเรื่องอ้วนเท่านั้น ก็มีเด็กนักเรียนบางคนก็มีอีกลักษณะการพนมมือไหว้ก็คือนิ้วชี้ถึงนิ้วก้อยนิดกันดีอยู่หรอก แต่นิ้วหัวแม่มือนี่ซิกลับหมดแรงพับก่ายกันอยู่ ถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น คำตอบที่ได้จากเด็กก็คือหัวแม่มือมันเมื่อย ก็นับเป็นวัฒนธรรมที่เริ่มจะกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ เป็นสิ่งที่พิธีกร ซึ่งผู้คนจำนวนมากมองท่านอยู่ก็ควรจะทำเป็นตัวอย่างที่ดีเอาไว้

ข้อเสนอแนะ ท่วงท่าเดินของพิธีกรจะต้องฝึกการเดินให้งามสง่าผ่าเผย อกผ่ายไหล่ผึ่ง ส่วนพิธีกรหญิงก็เดินอย่างสง่างาม หากเป็นพิธีกรคู่ก็เดินพร้อมๆกันออกมายังแท่นพูด อย่าเดินเร็วเกินไป อย่าเดินช้าเกินไป ซักซ้อมท่วงท่าการเดินก่อนเวลางานพิธีจะเริ่มต้นนั้นจะเป็นการดีที่สุด