การทำสคริปต์
การทำสคริปต์ หรือ การทำบทพูด เพื่อเป็นการเรียงลำดับขั้นตอนของงานทุกงานนั้น จะต้องทำเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกก็คือรวมรวมข้อมูลของทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องเข้ามารวมกัน แล้วจึงมาเขียนร่างพิธีการ-ขั้นตอนแบบย่อ เพื่อให้สามารถอธิบายแก่ผู้เกี่ยวข้องได้ว่า พิธีการที่ดีนั้นจะดำเนินไปในลักษณะใด เริ่มต้น ณ จุดใด มีผู้เกี่ยวข้องกี่ฝ่าย ฝ่ายใดรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องอะไร ของเขตของการรับผิดชอบนั้นมีมากน้อยเพียงใด ยกตัวอย่างเช่น การจัดงานลีลาศการกุศลเพื่อหาทุน เริ่มต้นก็คือ ฝ่ายอำนวยการกลางจะต้องแจกแจงรายละเอียดว่ามีจุดประสงค์ใด เป้าหมายรายได้อยู่ที่เท่าใด ความเป็นไปได้ของความสำเร็จของงานมีมากน้อยเพียงใด กำหนดขนาดของงานว่าอยู่ในขนาดใด เล็ก กลาง ใหญ่ ฝ่ายจัดหาของรางวัลสามารถหาของรางวัลอยู่ในระดับใด รางวัลประเภทใดที่ฝ่ายจัดหาของรางวัลจะต้องจัดหามาเป็นพิเศษเช่น ชุดประกวดขวัญใจของงาน และของขวัญสำหรับผู้เข้าประกวด กำหนดขนาด จำนวนของขวัญนี้อยู่ในจำนวนกี่รายการ ฝ่ายหาผู้สนับสนุนรายการ ที่จะช่วยจ่ายค่าโฆษณาสินค้าในงานนี้ อาจจะให้เป็นสิ่งของ หรือ เงินสนับสนุน ฝ่ายจำหน่ายบัตรวางเป้าหมายว่าจะสามารถจำหน่ายบัตรได้ในราคาใด จำนวนกี่ใบ ฝ่ายสถานที่จะกำหนดรูปแบบเวทีเป็นอย่างไร ฝ่ายการแสดงสามารถหาการแสดงเป็นระดับใด สมัครเล่น อาชีพ ฝ่ายบันเทิงสามารถจัดหาดนตรีระดับใด ฝ่ายจัดประกวดขวัญใจสามารถเชิญผู้ที่จะเข้าประกวดได้จำนวนเท่าใด ฝ่ายรางวัลหางบัตรจะแจกรางวัลโดยใช้เงื่อนไขใด ข้อมูลทั้งหมด เมื่อได้มาแล้วก็จะมาจัดเรียงสคริปต์คร่าวๆ หลังจากที่ประชุมอนุมัติสคริปต์แล้วฝ่ายพิธีการจึงจะหาผู้ที่จะเขียนสคริ้ปนำเอาร่างคร่าวๆนี้ไปขยายเป็นรายละเอียด ทั้งนี้ การเขียนสคริปต์ถ้ามีการลงรายละเอียดคำพูดที่พิธีกรจะต้องพูดลงไปทุกตัวอักษร นั่นย่อมหมายถึงการกำหนดกรอบให้พิธีกรผู้ที่จะมาทำหน้าที่ ได้ซักซ้อมการอ่านทุกตัวอักษร พิธีกรก็จะรู้หน้าที่ของตนเองอย่างกระจ่างชัด แต่ในกรณีที่มีสคริปต์กำหนดอย่างละเอียดแต่ไม่มีคำพูดของพิธีกรระบุในสคริปต์นั่นย่อมหมายถึงการให้พิธีกรพูดไปตามความสามารถ หรือตามที่ฝ่ายพิธีการ หรือ ผู้กำกับการรายได้แนะนำด้วยวาจา ลักษณะเช่นว่านี้หมายถึงความสามารถของพิธีกรท่านนั้นมีฝีมือเป็นที่ประจักษ์แก่ผู้กำกับรายการ หรือ ฝ่ายพิธีการ
ข้อเสนอแนะ ผู้ที่เขียนสคริปต์นั้น จะต้องแม่นเรื่องเวลาของแต่ละส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานอย่างละเอียด และทุกฝ่ายต้องให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม เพื่อให้การดำเนินงานมีความคล้องจอง งานจะได้ไหลลื่นไปได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ขอเรียนย้ำว่าฝ่ายพิธีการจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพิธีการของทุกงาน ถ้าหน่วยงานใดมองข้ามพิธีการไป งานนั้นก็มักจะประสบปัญหาอุปสรรคมากมาย ดังจะพบเห็นกันที่หลายงานมีคนติมากกว่าชมอยู่ออกบ่อย ดังนั้นผู้ที่มีอำนาจสั่งการในทุกหน่วยงาน ต้องหลีกเลี่ยงที่จะสั่งการซ้ำซ้อนระหว่างที่งานกำลังดำเนินอยู่ ทั้งที่ตนเองได้เห็นพ้องและอนุมัติผังรายการไปแล้ว